Category Archives: content

blog_cover.jpg

ตลาดนัดดาราเดือนนี้ นอกจากบรรยากาศจะคึกคัก เป็นกันเองที่จะได้เห็นจากลูกค้า และบรรดาพ่อค้าแม่ขายนักแสดงทั้งหลายแล้ว ความอร่อยของแต่ละร้านที่มาร่วมเปิดร้านก็เป็นจุดขายอีกอย่างหนึ่งที่สามารถดึงดูดใจจนมีลูกค้ามาอุดหนุนเป็นขาประจำกันทุกเดือน

Mail_Chanya1

น้องเมล์กับคุณลุงเจ้าของร้านข้าวเหนียวปิ้ง อ.ต.ก.

 

ชัญญา สุจาษี หรือ เมล์ Customer Services แห่งบ้าน BECi ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีร้านโปรดในดวงใจซึ่งก็คือ ร้านข้าวเหนียวปิ้ง อ.ต.ก. ที่ยกร้านมาตั้งถึงตลาดนัดดาราแห่งนี้

ส่วนตัวคือ มีตลาดนัดดาราเมื่อไหร่ เมล์จะไม่พลาดที่จะนึกถึงร้านข้าวเหนียวปิ้งเลยค่ะชอบตรงที่กลิ่นจะหอมใบตอง รสชาติจะหวานกลมกล่อม ตัวข้าวเหนียวจะนิ่ม ยกนิ้วให้เลยมีให้เลือก 5 ไส้ เผือก กล้วย กุ้ง ถั่วเหลือง ถั่วดำ คุณป้าจะใส่ใจในการปิ้งข้าวเหนียว ส่วนคุณลุงจะยิ้มต้อนรับใส่ใจในบริการ น่ารักมากค่ะ ราคาไม่แพงชิ้นละ 5 บาท”

 

น้องเมล์การันตีคุณภาพขนาดนี้…ตลาดนัดดาราครั้งต่อไป ต้องมาลองพิสูจน์ความอร่อยด้วยตัวเองที่ ตลาดนัดดารา “วิก 3 พระราม 4” ทุกวันพฤหัสบดีและศุกร์แรกของเดือน  บริเวณด้านหน้า อาคารมาลีนนท์

 

ร้านเด็ด “ดารา” ประจำเดือนนี้

IMG_1552

ร้านครัวถั่วแระของพี่ถั่วแระ เชิญยิ้ม

IMG_1625

ร้านขนมปังกรอบของพี่เอ้ ชุติมา นัยนา

blog_01

กล้วยหอมทองแท้บางกรอบ “ฟาร์มวิล” ของพีท ทองเจือ

blog_04

ร้านลูกชิ้นดาวร้าย ของแทน ฐิติ

  • Share :

AW_Banner_3APP_NOTE_350X250PX

 

เชื่อว่าหลายคนใช้แอปพลิเคชันจดบันทึกในการเตือนความจำหรือจัดระบบชีวิตของตัวเอง ซึ่ง 3 แอปพลิเคชั่นยอดนิยมอย่าง Onenote, Google Keep และ Evernnote มีความโดดเด่นมากที่สุด แต่จะเลือกความโดดเด่นที่มีของแต่ละแอปให้เข้ากับตัวเราได้อย่างไร ลองมาค้นหาไปพร้อมกัน

 

 

Onenote แอปที่เหมาะกับคนทำงานยุคใหม่

 

OneNoteThumbnail

 

อย่างที่ทราบกันดีว่า Onenote เป็นส่วนหนึ่งของ Microsoft Office ซึ่งการทำงานก็แทบจะไม่ต่างจาก Word ที่เรารู้จัก เพียงแต่มีฟีเจอร์ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือการแบ่งหมวดหมู่ หรือ Section เพื่อให้ง่ายต่อการจดบันทึกหรือต้องการจะจัดเก็บงานให้เป็นระเบียบ

 

8ae43ac9-2764-47ef-990f-78bdf4a4a73c

 

จุดเด่นของ Onenote ที่หลายคนชื่นชอบก็คือการใช้งานที่ง่ายเหมือนใช้งาน Microsoft Word ซึ่งหากไม่เคยใช้มาก่อนอาจจะรู้สึกว่ามันยากเกินไป เพราะมีลูกเล่นที่เยอะ แต่เมื่อมาอยู่ในรูปแบบของแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต รูปแบบการใช้งานก็คล้ายกับแอปจดบันทึกทั่วไป เพียงแต่ Onenote ได้เพิ่มฟีเจอร์เสริมที่ชื่อว่า Onenote Badge ที่เป็นเหมือนหน้าต่างจดบันทึกขนาดย่อที่เน้นความเร็วเป็นหลัก เรียกได้ว่าเหมากับคนทำงานที่ต้องการความรวดเร็วและเป็นระเบียบ

 

main3

 

ในด้านข้อเสียของ Onenote อาจจะเป็นเรื่องการจัดหมวดหมู่ที่หลากหลาย ซึ่งคนที่ไม่ต้องการใช้งานฟีเจอร์นี้จะมองว่ามันเป็นเรื่องยุ่งยากมากเกินไปกว่าจะเข้ามาบันทึกอะไรได้แต่ละที เพราะเมื่อเข้ามาในหน้าโปรแกรม ต้องทำการสร้างหมวดหมู่เสียก่อนว่าจะเขียนหรือบันทึกเรื่องอะไรนั่นเอง

 

Google Keep ใช้ง่ายๆ เหมาะกับคนชอบจด

 

Google-Keep-Featured

 

แอปพลิเคชั่นช่วยในการจดจำจากสังกัด Google เป็นอีกแอปที่นิยมไม่ต่างจากแอปด้านบน เพราะมียอดการดาวโหลดจากทั่วโลกในปริมาณกว่าหลัก 100 ล้านครั้ง ซึ่ง Google Keep สามารถใช้งานได้ง่ายมาก ซึ่งมีทั้งแอปบนสมาร์ทโฟนและใช้ในเว็บไซต์ของ Google

 

Google-Keep

 

ความโดดเด่นที่ต้องยกนิ้วให้กับ Google Keep ก็คือการใช้ที่สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันตัวอื่นของ Google เช่น Google Calendar และ Google Docs อีกทั้งหน้าการจัดแสดงข้อความหรือสิ่งที่เราบันทึกเอาไว้ ก็มีลูกเล่นเช่นการเพิ่มสีต่างๆ เพื่อให้ดูโดดเด่นและสวยงาม ทำให้เราสนุกกับการจดบันทึกมากขึ้น

 

google_keep_1

 

หากแต่ Google Keep ก็มีข้อเสียในเรื่องการการแนบไฟล์วีดีโอที่ยังไม่สามารถทำได้ ในข้อนี้สำหรับบางคนอาจจะเห็นว่าไม่ได้สำคัญมากนัก เพราะส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องการจดข้อความและถ่ายภาพสั้นๆ

 

Evernote แอปนี้ช่วยเพิ่มเกรด

Evernote-Logo-1200-640x334

 

สำหรับ Evernote ถือได้ว่าเป็นแอปจดบันทึกที่เรียกได้ว่าเกือบจะสมบูรณ์แบบมากที่สุด โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา หรืออาจารย์ที่ต้องการเพิ่มความรู้ให้ตัวเองอยู่เสมอ แอปนี้ทำงานคล้ายกับ Onenote แต่มีฟีเจอร์ของการ Chat เพิ่มเข้ามาเสริม และเปิดให้ใช้งานฟรีจำนวน 60 MB

 

even

 

จุดเด่นของ Evernote สำหรับการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนก็คือฟีเจอร์การถ่ายภาพซึ่งระบบจะทำการ Capturing ให้เลยเมื่อต้องการถ่ายให้เป็นรูป Documents หรือ เอกสาร เป็นการถ่ายอัตโนมัติและรวดเร็ว เหมาะกับการต้องการคัดลอดแบบรวดเร็ว

 

evev2

 

ในด้านข้อเสีย Evernote อาจจะมีพื้นที่จัดเก็บน้อยเกินไป เมื่อเทียบกับการใช้งานของใครบางคนที่ต้องการบันทึกในปริมาณมากๆ แต่ไม่ต้องการจะเสียเงินเพิ่ม หากแต่ถ้าเรายอมเสียเงินซื้อพื้นเพิ่ม ก็น่าจะคุ้มค่าเป็นอย่างมากกับความสะดวกสบายในการทำงาน

 

 

pexels-photo-237675-small

 

ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับตัวของผู้ใช้งานแล้วว่าอยากจะเลือกอะไรให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง อย่าเชื่อจนกว่าจะได้ลองโหลดมาใช้งาน เพราะแอปพลิเคชั่นที่ดีที่สุดก็คือแอปที่เราสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้เต็มประสิทธิภาพนั่นเอง

 

  • Share :

AW_Banner_Blog_Short_URL_Cover_600X315PX

 

 

การย่อขนาดลิงก์จากความยาวหลายบรรทัดให้เหลือสั้นแค่ไม่กี่ตัวอักษร เป็นทางเลือกที่หลายคนอาจจะทราบกันดี และมีอีกหลายคนที่ยังไม่ทราบ ซึ่งการทำ Short URL นี้เอง เปรียบเสมือนกับการหั่น หรือตัดเชือกขนาดยาวให้เหลือแค่ไม่กี่เซนติเมตร หากแต่ใจความสำคัญทุกอย่างก็ยังอยู่ครบสามารถที่จะเชื่อมต่อกับต้นต่อของเว็บไซต์ได้ดังเดิม ส่วนวิธีจะเป็นอย่างไรนั้น ลองติดตามกันได้เลย รับรองว่าง่ายมาก

 

 

 

Short URL หรือ การย่อขนาดลิ้งให้สั้นลง ปัจจุบันเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งมีหลายแบรนด์ที่คอยให้บริการในด้านนี้แก่ผู้ใช้งาน แต่มีแค่ไม่กี่แบรนด์ที่เป็นที่นิยมและใช้งานได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถติดตามวัดผลได้

 

dsds

 

Short URL ใช้บริการเจ้าไหนถึงโดนใจชาวเน็ต

 

goo

 

Goo.gl

 

แน่นอนว่าสำหรับผู้ใช้บริการจาก Google อยู่เป็นประจำ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะใช้บริการ Gmail ด้วย ทำให้การใช้งานจาก Goo.gl อาจเป็นส่วนหนึ่งของคนกลุ่มนี้ หรือบางคนอาจจะยังไม่รู้ว่า Google ก็มีบริการนี้อยู่ก็ลองมาทำความเข้าใจพร้อมกัน โดยการใช้งานทำได้ง่ายมาก เพียงแค่ค้นหาคำว่า Short Url ก็จะปรากฏ https://goo.gl ขึ้นมาให้เลือก โดยหากเรา Log in เข้าใช้งาน ก็จะสามารถเก็บสถิติการเข้าลิงก์เอาไว้ได้ด้วย

bill

Bitly

 

เป็นอีกเว็บไซต์ที่ให้บริการด้านการทำ Short Url ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อาจเรียกได้ว่านิยมมากกว่า Goo.gl เลยด้วยซ้ำ เพราะคนส่วนใหญ่จะรู้จักกับแบรนด์นี้มาก่อน ซึ่งการใช้งานก็ไม่แตกต่างจาก Goo.gl สามารถที่จะตรวจสอบการคลิกเข้าลิงก์นั้นๆได้ ว่ามีผู้เข้ามาเยี่ยมชมในลิงก์นั้นกี่ครั้ง

 

ow

 

Ow.ly

 

เว็บไซต์ย่อขนาด URL ที่ใช้งานได้ง่ายๆ เช่นกัน โดยความพิเศษของแบรนด์นี้คือการเชื่อมต่อกันกับ Account ของ Twitter จึงทำให้การใช้งานมีความสะดวกมากขึ้นนั่นเอง หลายคนได้ลองตัวนี้ก็ติดใจกันมาแล้ว

 

 

bee'

 

AdF.ly

 

สำหรับคนที่ชอบโหลดไฟล์ต่างๆ ผ่านอินเตอร์เน็ต อาจจะคุ้นเคยเว็บไซต์ AdF.ly เป็นอย่างดี ซึ่งเว็บนี้ก็ให้บริการด้านการย่อขนาดลิงก์เช่นเดียวกัน ขั้นตอนการทำไม่ได้ซับซ้อนยุ่งยาก เพียงแค่ก็อปลิ้งมาวางเหมือนกับเว็บไซต์ตัวอื่นๆ

 

 

Short URL เอาไปทำอะไร

 

1.ใช้ในงานอ้างอิง แน่นอนว่า URL คือหัวใจสำคัญสำหรับการอ้างอิงที่มา ไม่ว่าจะเป็นการอ้างอิงบนสื่อออนไลน์ หรือการอ้างอิงทางออฟไลน์ เช่น งานวิชาการต่างๆ งานวิจัย หรือการอื่น ๆ แต่หลายครั้งเราจะเห็นว่า URL มีขนาดยาวเกินไป ทำให้ยากต่อการจัดการ ดังนั้นเมื่อมีขนาดที่ย่อหดเล็กลง จะทำให้ส่งผลดีในการนำไปใช้ได้สะดวกกว่าเดิม

 

2. เสริมความสวยงามของเนื้อหา คนที่เคยต้องจัดหน้าเอกสารจะเข้าใจเป็นอย่างดีเมื่อถึงเวลาที่จะต้องใส่ที่มาหรือข้อมูลอ้างอิง โดยเฉพาะตอนที่ต้องเจอกับ URL ที่มีความยาว จนบางทีกินหน้ากระดาษเอสี่ แต่พอมีการย่อให้สั้นลง การจัดหน้าจะทำได้ง่ายและดูสวยงามเป็นระเบียบมากขึ้น

 

3. เช็คได้ว่ามีคนเข้ามาดูกี่คน สำหรับเว็บที่ให้บริการด้านการทำ Short URL บางเจ้า สามารถที่จะเก็บสถิติการเข้ามาชมเว็บที่ได้ทำการย่อขนาดได้ ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีมากๆ สำหรับคนที่ต้องการที่จะทำยอดหรือเก็บผลเอาไว้ ถ้าหากในเชิงการตลาด ลิงก์นั้นๆ จะมีผลดีโดยตรง

 

 

การทำ Short URL สามารถตอบสนองกับการทำงานให้ง่ายและสะดวก แต่จะเลือกใช้บริการกับเจ้าไหนก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน เพราะท้ายที่สุด ผลลัพธ์ก็แทบไม่แตกต่างกันเลย ถ้ารู้แบบนี้แล้ว ก็อย่าปล่อยให้ตัวเองต้องมาทนกับลิงก์ยาวเท่าหางว่าว ตัดให้สั่น หั่นให้น้อย เพื่อประสิทธืภาพที่ดีกว่า

 

 

อ้างอิงจาก

https://www.lifewire.com/

http://adf.ly/

https://goo.gl/

https://bitly.com/

http://ow.ly/url/shorten-url

 

  • Share :

AW_Banner_06_HACKER_600X315PX

 

การโจรกรรมข้อมูลทางไซเบอร์กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากขึ้น เพราะในยุคนี้ มีคนที่ใช้ความสามารถทางเทคโนโลยีแบบผิดๆ อยู่เกลื่อนเมือง มีการ แฮกข้อมูล กันบ่อยครั้ง ซึ่งไม่ใช่แค่คนทั่วไปที่ทำธุรกรรมออนไลน์เท่านั้นที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของหัวขโมยออนไลน์ หรือ แฮกเกอร์ (hacker) แม้แต่องค์กรใหญ่ยักษ์จากทั่วโลกหลายๆ ที่ ก็ยังพลาดท่ากันมาแล้ว มาเรียนรู้บทเรียนราคาแสนแพงของ 6 องค์กรที่ถูกมือดีล่วงเจาะข้อมูลกันเลย

 

1. Sony Picture

 

Sony 350x250 01-01-1

 

ค่ายหนังยักษ์ใหญ่จากอเมริกาเคยตกเป็นเหยื่อของการถูกโจรกรรมข้อมูลจาก แฮกเกอร์ กลุ่ม GOP ที่ขโมยข้อมูลสำคัญๆ ของบริษัท รวมถึงถูกขโมยหนังใหม่ที่ยังไม่ได้ออกฉายไป 5 เรื่อง แล้วปล่อยให้ดาวน์โหลดฟรี โดยการแฮกในครั้งนั้นมีการสันนิษฐานว่าผู้อยู่เบื้องหลังอาจจะเป็นเกาหลีเหนือ เนื่องจากตอนนั้นค่ายหนังดังได้ทำหนังที่มีเนื้อหาล้อเลียนผู้นำเกาหลีเหนือ อยู่นั่นเอง แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Sony โดนก่อกวนเพราะก่อนหน้านั้นก็เคยโดนกลุ่มแฮกเกอร์ที่ชื่อว่า LulzSec แฮกข้อมูลมาแล้ว

 

 

2.  NASA

 

NASA 350x250-01-1

 

หลายคนอาจไม่อยากเชื่อว่าเป็นไปได้ เพราะดูแล้ว NASA น่าจะเป็นตัวท็อปในเรื่องเทคโนโลยี และเป็นองค์กรที่ล้ำสมัยมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกก็ว่าได้ แต่ใครจะรู้เล่าว่า NASA เป็นองค์กรที่มีระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ค่อนข้างจะเปราะบาง เพราะที่ผ่านมาถูกแฮกเกอร์โจมตีเข้าสู่ระบบอยู่บ่อยครั้ง เรียกได้ว่า 1 ปี อาจจะเกิดขึ้นได้มากกว่า 10 ครั้งเลยทีเดียว ซึ่งกรณีที่ทำเอา NASA ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากก็คือ การถูกแฮกโดยแฮกเกอร์ที่มีอายุเพียง 15 ปี ใช้เวลา 21 วัน ในการ Shutdown คอมพิวเตอร์ของ NASA

 

 

3. Yahoo

 

yahoo 350x250 01-01-1

 

สำหรับการแฮกครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดบนหน้าประวัติศาสตร์ของผู้ให้บริการอีเมลอย่าง Yahoo คงจะทำให้หลาย ๆ คนที่ใช้งานอยู่ต้องเกิดความไม่มั่นใจอย่างหนัก เพราะ Yahoo ออกมายอมรับตามตรงว่าถูกแฮกเกอร์โจรกรรมข้อมูลบัญชีผู้ใช้งานไปกว่า 500 ล้านบัญชี ซึ่งหลังเกิดเรื่องขึ้น Yahoo ก็ออกมาแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทำการเปลี่ยน Password ของตัวเองอย่างเร็วที่สุดเพื่อเป็นการรักษาสิทธิของตัวเอง และเหตุการณ์นี้เองทาง FBI ก็ได้ออกมาตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นฝีมือของ แฮกเกอร์ หรือสายลับจากรัสเซีย

 

 

4. Paypal

 

paypal 350x250 01-01-1

 

แม้แต่ผู้ให้บริการด้านการเงินและธนาคารออนไลน์อย่าง Paypal ก็เคยตกเป็นเหยื่อการโจรกรรมข้อมูลบนโลกไซเบอร์กับเขาด้วย ซึ่งก็สร้างความตกใจให้กับผู้ใช้งานที่มีอยู่ไม่น้อย เพราะไม่คิดว่า Paypal ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งและซับซ้อนมากแห่งหนึ่ง จะถูกเจาะเข้าระบบได้อย่างง่ายดาย โดยกลุ่มแฮกเกอร์ที่ชื่อว่า Anonymous หรือ กลุ่มแฮกเกอร์นิรนาม นอกจาก Paypal แล้ว ก็ยังมี Visa และ Master Card ซึ่งล้วนแต่เป็นบริษัทที่ให้บริการด้านการเงินและธนาคารทั้งสิ้น

 

 

5. การบินไทย

 

Thaiair 350x250 01-01-1

 

กลับมาที่บ้านเราบ้าง บริษัทการบินไทย ก็เคยมีกรณีถูกแฮกเกอร์เจาะเข้าระบบมาขโมยข้อมูลลูกค้าที่มีจำนวนกว่า 1,917 ราย หลังจากที่ทราบว่าถูกเจาะเข้ามาในระบบ ทางเจ้าหน้าที่ของการบินไทยได้ทำการปิดระบบอย่างเร็วที่สุด เพื่อป้องกันความเสี่ยงว่าอาจจะถูกล้วงข้อมูลมากกว่านี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อมูลบางส่วนที่ถูกขโมยไปนั้น ได้สร้างความเสียหายให้แก่องค์กรเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในแง่ความน่าเชื่อถือที่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุด

 

 

6. Lazada

 

LAZADAr 350x250 01-01-2

 

เว็บไซต์ผู้ให้บริการด้านการขายสินค้าออนไลน์ ของไทยอย่าง Lazada ก็เคยถูกแฮกเกอร์เข้ามากวนด้วยการเจาะเข้ามาที่หน้าหลักของเว็บไซต์ แล้วเปลี่ยนชื่อหัวเว็บไซต์เป็นข้อความว่า h3ll_id pentest you contact me: ekel.h4x0r@gmail.com ซึ่งก็ไม่ต่างจากการฝากเนื้อฝากตัวให้แก่นักช้อปที่อาจจะเปิดมาเจอได้รู้จักตัวเองนั่นเอง แน่นอนว่าพอข่าวนี้ถูกแพร่ออกไปก็สร้างความวิตกกังวลให้แก่ลูกค้าของ Lazada เป็นอย่างมาก เนื่องจากทุกคนเกรงว่าข้อมูลทางการเงินจะถูกขโมยไป แต่ทางเว็บก็ยืนยันว่าโดนป่วนเพียงแค่บนหน้าเว็บเท่านั้น

 

จะเห็นได้ว่า ต่อให้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่คิดว่าดีขนาดนั้นก็ไม่สามารถจะไว้วางใจได้ ซึ่งองค์กรข้างต้นไม่ได้เพิ่งเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้น หากแต่พยายามที่จะพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยให้มีความแข็งแรงมากขึ้น เพื่อรับมือกับเหล่าแฮกเกอร์ที่มีวิธีการขโมยข้อมูลใหม่ๆ อย่างไม่หยุดนิ่งเช่นกัน

 

ส่วนใครที่คิดว่า ธุรกิจของฉันไม่ได้ใหญ่โตอะไร หรือ ฉันเป็นแค่เป็น user ธรรมดาทั่วไป ก็อย่านิ่งนอนใจ และคิดว่าไม่น่าจะมีผลอะไรมากนัก อย่างน้อยก็ต้องไม่ลืมว่า ทุกวันนี้ ข้อมูลต่างๆ ของเรา ก็มีไม่น้อยที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น เราควรรู้จัก วิธีป้องกันตัวเองจากแฮกเกอร์ เหล่านี้ไว้ด้วยเหมือนกัน

 

 

 

 

ที่มาภาพประกอบจาก pexels.com

 

 

  • Share :

hacker

นอกจาก hacker จะใช้อินเทอร์เน็ตในการขโมยตัวตนของเราแล้ว Social Media ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่หลายๆ คนมักจะถูกก่อกวนจากมิจฉาชีพออนไลน์ด้วยเหมือนกัน

มาดู วิธีป้องกันตัวเองบนโลกโซเชียล ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า

  • Share :

 

 

cover_snapchat_ig_02

 

ถ้าพูดถึง content รูปภาพ และวีดีโอ แน่นอนว่าจะต้องนึกถึง IG หรือ Instagram ขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ อยู่แล้ว แต่ถ้าจะกล่าวถึง Sharing Photo และ VDO ที่กำลังร้อนแรงไม่แพ้กัน คงจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก Snapchat ซึ่งตอนนี้ได้รับความนิยม เป็นแอปพลิเคชันที่ตีคู่ IG แบบสูสีกันเลยทีเดียว

แล้วระหว่างทั้ง 2 แอปนี้ ใครกันแน่ที่ Strong และเป็นตัวจริง

 

ประเทศไทยมีผู้ใช้งาน Instagram รองจาก Facebook และ Line ส่วนทั่วโลกก็มีอันดับติดอยู่ระดับท็อป ด้วยความนิยมนี้เองทำให้ Facebook ตัดสินใจซื้อกิจการของ IG มาควบรวมกันเมื่อช่วงปี 2012 ถึงแม้ว่าความนิยมของ Instagram จะติดอับดับโลก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีคู่แข่ง เพราะไม่กี่ปีให้หลังมานี้  Snapchat  แอปพลิเคชันที่ให้บริการคล้ายๆ ก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จนสามารถซื้อใจวัยรุ่นอเมริกันและยุโรปได้อย่างล้นหลาม มีรายงานออกมาว่ายอดการเติบโตสูงเป็นเท่าตัวยิ่งกว่าการแบ่งตัวของเซลล์แบคทีเรียเสียอีก

 

ลองเปรียบเทียบกันดูว่าทั้ง 2 แอปพลิเคชันนี้มีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร

 

info_Snapchat_vs_ig_02-80

 

 

พี่ IG น้อง Snapchat

Instagram และ Snapchat มีรูปแบบการใช้งานที่แทบไม่แตกต่างกันนัก คือจะเน้นเรื่องการถ่ายภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว  มากกว่าการโพสต์ข้อความแบบ Facebook ถ้านับกันจริงๆ ก็ถือว่า IG เป็นรุ่นพี่วัยเก๋า เพราะเกิดขึ้นมาก่อน Snapchat เมื่อเดือนตุลาคม 2010 ในขณะที่รุ่นน้องเกิดตามในปีถัดมา ช่วงเดือนกันยายน 2011

 

pexels-photo-small

 

ผ่านไปหลายปี การใช้งาน Socail Media ของผู้คนเพิ่มขึ้น ยอดผู้ใช้งาน Snapchat อยู่ที่วันละกว่า 100 ล้านราย ในหนึ่งเดือนมีคนใช้งานมากกว่า 300 ล้านราย ขณะที่ IG มียอดผู้ใช้งาน 300 ล้านรายต่อวันโดยประมาณ และ 600 ล้านรายกว่าคนต่อเดือน

 

bench-people-smartphone-sun-small

 

วัยทำงานเลือก IG ขณะที่ Snapchat โดนใจวัยรุ่น

อย่างที่ทราบกันดีว่ากลุ่มคนที่ชอบการใช้ Snapchat เป็นวัยรุ่นโดยส่วนใหญ่ ซึ่งมีอายุอยู่ระหว่าง 18 – 24 ปี ประเทศไอร์แลนด์คือชาติที่ใช้งานมากที่สุด ส่วน IG มีกลุ่มผู้ใช้งานอยู่ในวัยทำงานสูงที่สุด โดยมีอายุอยู่ระหว่าง 25 – 34 ปี แน่นอนว่าสหรัฐอเมริกาเป็นชาติที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุด แต่ที่น่าสนใจกว่าก็คือ 80% ของผู้ใช้ IG ได้กระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งต่างจาก Snapchat ที่มีการกระจุกตัวที่ฝั่งยุโรปและอเมริกาเป็นส่วนใหญ่

 

pexels-photo-122383-small

 

เหมือนกันคือเน้นเรื่องภาพ…แตกต่างที่ลูกเล่น

ในช่วงเริ่มต้น IG มีการใช้งานที่ง่ายเพียงแค่ถ่ายรูปแล้วโพสต์ลง ต่อมาก็มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้ามา เช่น สามารถ upload วีดีโอความยาว 1 นาทีได้  ปรับขนาดภาพสี่เหลี่ยมจตุรัสเป็นผืนผ้าได้ และล่าสุดคือสามารถเพิ่มจำนวนภาพได้มากขึ้นในการโพสต์ต่อหนึ่งครั้ง ด้วยการสไลด์ภาพ ส่วน Snapchat มีจุดเด่นเฉพาะตัวตรงที่ ถ่ายภาพวิดีโอและรูปภาพ ซึ่งมีฟีเจอร์สติกเกอร์เข้ามาช่วยในการแต่งภาพ แต่จุดอ่อนคือทั้งรูปภาพวิดีโอและข้อความของผู้ใช้จะอยู่ได้เพียง 24 ชั่วโมง วันถัดมาทุกอย่างจะหาย ต่างจาก IG ที่เก็บข้อมูลได้อย่างถาวร (หรือจนกว่าบริษัทจะปิดตัว) ยกเว้น Instagram Stories ที่จะอยู่ได้แค่ 24 ชั่วโมงเช่นเดียวกับ Snapchat

 

snapig

 

เนื่องจาก Snapchat มีลูกเล่นที่แปลกใหม่กว่าจนดึงกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของ IG ให้หายไปกว่าครึ่ง IG จึงต้องพลิกเกมกลับ ด้วยการดึงวัยรุ่นที่ชอบฟีเจอร์ที่คล้ายกับ Snapchat อย่าง Instagram Stories ล่าสุดก็เพิ่ม Geostickers สติกเกอร์ที่สามารถเช็กอินสถานที่ได้ โดยเริ่มเปิดใช้งานที่ นิวยอร์ก และจาการ์ต้า ก่อนเป็นที่แรก แม้ว่าจะดูเป็นลูกเล่นใหม่สำหรับผู้ใช้ IG  แต่ฟีเจอร์ดังกล่าว Snapchat ได้ทำขึ้นมานานแล้ว

 

people-vintage-photo-memories-small

 

ดีแค่ไหน? วัดกันที่ใครตอบสนองความต้องการได้มากกว่า

ถึงแม้ว่าพักหลังมานี้ Snapchat จะได้รับความนิยมในประเทศไทยมากขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า Instagram ยังคงครองใจผู้ใช้ Social Media มากกว่า เพราะการใช้งานที่ง่าย และสามารถเก็บภาพไว้ได้นานกว่า ซึ่งตอบโจทย์คนรักการถ่ายภาพ และวีดีโอ ที่ต้องการเก็บภาพความทรงจำเหล่านั้นเอาไว้มากกว่าจะปล่อยให้มันหายไป

 

ภาพประกอบ : pexels.com

ข้อมูลอ้างอิง

statista.com/statistics/578364

statista.com/statistics/272933

adweek.com

omnicoreagency.com

omnicoreagency.com/instagram-statistics

  • Share :

8 App ฟรี!! ที่ต้องมีบน iPhone

Posted by:Peeracha Buddhanu, March - 13 - 2017

head

0

0

8 App ที่ควรมีติดเครื่องนั้น นอกเหนือจาก App Social Media ต่างๆ อย่าง Facebook, Line, Twitter และ Instagram ที่เรามีติดเครื่องกันแล้ว บน iPhone ยังมีอีกหลาย App ที่น่าสนใจ เหมาะกับไลฟ์สไตล์หลากหลายสาย และแน่นอนว่า ฟรี!! มาดูกันเถอะว่า มี App ไหนที่ตอบโจทย์คุณบ้าง :)

0

0

0

สายเที่ยว

05

1. Google Maps

App แผนที่ใช้สำหรับดูเส้นทาง สามารถบอกได้ด้วยว่าถนนเส้นที่เรากำลังจะไปนั้นรถติดมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ยังสามารถตรวจเช็คเส้นทางสำหรับการใช้รถสาธารณะได้อีกด้วย ใครชอบหลงบ่อยๆ ควรมีอย่างยิ่ง!

0

0

06

2. Google Translate

สำหรับใครที่ชอบเดินทางในต่างประเทศ ห้ามพลาด App นี้เลย เพราะเราไม่จำเป็นต้องพูดภาษาท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ ได้ หรือ ใช้วุ้นแปลภาษาของโดราเอมอนเลยซักนิด แค่หยิบโทรศัพขึ้นมาถ่ายภาพตัวหนังสือที่เราต้องการแปล หรือ ใช้เสียงพูดแทนก็ได้ แค่นี้คำแปลก็จะปรากฏขึ้นมาบนหน้า App เลยล่ะ

 

 

 

สายดนตรี

01

3. JOOX Music

สำหรับคนที่มีดนตรีในหัวใจ ชอบฟังเพลงตลอดเวลา ลองใช้ App JOOX Music ได้เลย รับรองว่าติดใจแน่ๆ เพราะว่ามีเพลงเพราะๆ ทั้งเก่าและใหม่เพียบ แถมใน App ยังมีลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มความน่าสนใจให้ App ได้อย่างดี พร้อมกับข่าวสารเกี่ยวกับวงการดนตรีให้อ่านเพลินๆ รออะไรอยู่ล่ะ โหลดเลยสิ!

0

0

0

สายถ่ายรูป

04

4. VSCO

เรียกได้ว่าเป็น App สุดฮิตประจำตัวเหล่าฮิปสเตอร์ก็ว่าได้สำหรับ App นี้ จะไม่ให้ฮิตได้ยังไง ก็ฟิลเตอร์ของ App นี้ สวยทุกอันจริงๆ รับรองว่าใครโหลดมาใช้ก็ต้องชอบ และจะไม่ลบทิ้งออกไปจากเครื่องแน่นอน บอกเลย!!!

 

 

0

007

5. Google Photos

ใครที่ถ่ายรูปบ่อยๆ จนเครื่องเมมโมรี่เต็มแล้วเต็มอีก โหลดมาใช้ด่วน การทำงานของ App นี้ คล้ายๆ กับเป็นคลังเก็บรูปออนไลน์ส่วนตัวของเราผ่านทางบัญชี Google ทีนี้ จะถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัวเต็มแล้ว ดีย์อ่าาาาา

 

0

0

0

สายเฮลท์ตี้

08

6. Calorie Counter & Diet Tracker

สำหรับคนที่ไม่อยากอ้วนมาทางนี้เลย App นี้เป็น App ที่เรียกได้ว่าเจ๋งสุดๆ เพราะสามารถเช็คแคลอรี่จากเมนูที่เรากินได้!!! เก๋ป่ะล่ะ? (มีข้อมูลทั้งหมด 5,000,000 เมนูในตัว App) และยังมีฟังก์ชันคำนวณว่าควรเผาผลาญไปเท่าไหร่ถึงจะบาลานซ์กับที่กินไปทั้งหมด ใครอยากเฟิร์มโหลดเลย

 

 

0

0

0

สายละคร

02

7. 3 LIVE

ใครที่กำลังอยู่นอกบ้าน ติดอยู่บนรถ กำลังติดลมกับการดูละครแต่ทีวีที่บ้านเสีย โหลด App นี้สำรองไว้ก่อนเลย ไม่พลาดแน่ๆ กับละครและรายการสนุกๆ จากทางช่อง 3 อยากดูสดโหลดเลย!!  ใครยังไม่มีและไม่อยากพลาดความเก๋นี้ คลิ๊ก!! เลย รับรองไม่ผิดหวัง

 

สไ0

0

0
8. YouTube

03

อีกหนึ่งช่องทางสำหรับการดูละครย้อนหลัง ใครที่พลาดดูละครออนแอร์ไม่ทัน เข้า YouTube แล้วอย่าลืม SUBSCRIBE ชาแนล TV3 Official เลย หรือ กดที่นี่ ละครย้อนหลังทันใจ สนุกทุกเรื่องแน่นอน

  • Share :

 

info_front_duration_front

 

ในขณะที่เทคโนโลยีพัฒนาก้าวล้ำไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่ยังคงคิดถึงวันหวานในอดีต โหยหาสิ่งเก่า ๆ จึงทำให้นักพัฒนาด้านเทคโนโลยีได้หยิบจับนำเอาแนวคิดนี้มาใช้ในสร้างสรรค์ผลงานที่จะช่วยให้คนเหล่่านั้นได้ย้อนเวลากลับในโลกใบเก่าที่คุ้นเคยได้อีกครั้ง

 

อย่างที่เราจะเห็นได้จาก การฟื้นคืนชีพของอดีต ในรูปแบบใหม่ๆ หรือคงสภาพเดิม ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาอีกครั้งของโทรศัพท์มือถือที่เคยเป็นตำนานแห่งวงการสื่อสาร หรือเพลงดังที่มียอดวิวสูงกว่า่ 10 ล้านอัพ แต่กลับเป็นดนตรีที่มีกลิ่นอายของเพลงยุค 60s – 90s และเกมเก่าที่เคยโด่งดังในวัยเด็กถูกบรรจุลงในสมาร์ทโฟน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากความบังเอิญ หากแต่เป็นความจงใจของเหล่านักพัฒนาที่อาศัยความต้องการของผู้บริโภคในการสร้างสรรค์ขึ้นมา

 

 

Nokia 3310 ที่สุดของตำนานโทรศัพท์มือถือ

 

info_front_duration_01

 

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Nokia กลับมาทวงคืนพื้นที่ด้านการสื่อสารอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Nokia 3310 โทรศัพท์มือถือที่ครั้งหนึ่งถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในช่วงช่วงปี พ.ศ. 2543 จนมีสถิติยอดขายสูงที่สุดจำนวน  126 ล้านเครื่องจากทั่วโลก ผ่านมาเกือบ 20 ปี รูปโฉมของ Nokia 3310 ก็ดูทันสมัยขึ้นแต่ยังคงความขลังแบบดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างลงตัว แถมเพิ่มเติมกล้องถ่ายภาพ หน่วยความจำ 16 MB และแบตเตอร์รี่อึดถึกระหว่างรอรับใช้งานถึง 1 เดือน และแน่นอนว่า เกมงูสุดคลาสสิกก็ยังคงอยู่

 

เหตุผลที่ Nokia 3310 กลับมาสร้างความฮือฮาท่ามกลางกระแสสมาร์ทโฟนอย่างเหลือเชื่อก็เป็นเพราะ ผู้ใช้บางคนที่มีชีวิตติดมือถือมากเกินไปเป็นเวลาติดต่อกันนั้น เริ่มเกิดความความเบื่อหน่าย บวกกับสมาร์ทโฟนเหล่านั้นที่มีราคาแพงกว่า แต่ความทนททานกลับสู้รุ่นเก่าไม่ได้ 

 

 

บทเพลงยุค 60s – 80s ในระบบดิจิทัล

 

info_front_duration_02

 

ย้อนเวลากลับไปช่วงยุคปี 60s คงไม่มีใครไม่รู้จักวง ร็อกแอนด์โรลระดับตำนานอย่าง The Bealtles ที่สร้างปรากฏการณ์โด่งดังข้ามทวีปจากเกาะอังกฤษสู่อเมริกาและทั่วโลก หรือจะเป็นเจ้าพ่อเพลงโฟล์ก อย่าง Bob Dylan ที่ทำเพลงได้โดนใจหนุ่มสาวอเมริกันเพราะเนื้อหากล่าวถึงสังคม การเมือง และสงครามซึ่งเป็นเรื่องที่อ่อนไหวสุดๆ ในยุคนั้น ต่อมาในช่วงยุคปี 70s เพลงร็อกกลายเป็นแนวเพลงสุดร้อนแรง ใคร ๆ ต่างก็รู้จักวง Queen ,Pink Floyd และอีกหลายวง กระแสร็อกจึงได้โด่งดังต่อเนื่อง พอเข้าสู่ยุค 80s แนวเพลง R&B Hiphop และ Dance เริ่มเป็นที่นิยมในแถบตะวันตก ดนตรีในยุคนี้จะมีเสียงเป็นเอกลักษณ์มากเลยทีเดียว และเพลงยุค 90s ที่คนส่วนใหญ่รู้จักเป็นอย่างดี ซึ่งนักร้องหลายคนก็ยังมีผลงานออกมาให้เห็นอยู่บ้าง

 

ส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการฟังเพลงคงหนีไม่พ้น วิทยุ โทรทัศน์และเครื่องเล่นเพลง ซึ่งในแต่ละยุคมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอุปกรณ์เหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ในช่วงแรกถ้าอยากจะฟังเพลงก็ต้องฟังจากวิทยุ โทรทัศน์ หรือรอศิลปินเปิดการแสดง จากนั้นก็เริ่มมีเครื่องเล่นเพลงเกิดขึ้น ว่ากันตั้งแต่ แผ่นเสียง Compact Cassette หรือเทปตลับ CD DVD MP3 จนกระทั้งสามารถฟังผ่านอินเทอร์เน็ตได้ในปัจจุบัน ทำให้สิ่งที่บันทึกเพลงไว้แบบจับต้องได้เหล่านั้นเริ่มหายไปจากสังคม

แต่ถึงแม้ว่าจะมีการนำเพลงเก่าหาฟังยากมาใส่ไว้ในเว็บไซต์ต่างๆ หรือเปิดขายดาวน์โหลดให้เลือกได้แบบสบายๆ แล้วก็ตาม ก็ยังมีกลุ่มคนที่ยังคงตามหาซื้อเทปตลับ หรือแผนเสียงเก่า เพราะความสวยงามของวันวานที่ยังคงมีอยู่ในสิ่งของเหล่านั้น

 

 

โลกของเกม(เก่า)

 

info_front_duration_03

 

เกมเป็นอีกเทคโนโลยีที่พัฒนาไปเร็วและก้าวกระโดดแทบจะที่สุดอย่างหนึ่ง เนื่องจากเกมในทุกวันนี้สามารถเล่นได้ทั้งในคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เครื่องเล่นเกม จนถึง VR (Virtual reality) หรือ เครื่องจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าต่อให้เกมจะพัฒนาไปไกลแค่ไหน เกมเก่าๆ ก็ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้เล่น หรือ Gamer จึงเป็นเหตุผลให้นักพัฒนาเกมได้จับเอาเกมเก่ามายัดอยู่ในเทคโนโลยีใหม่

 

เกม Contra ตำนานเกม action จากญี่ปุ่น ที่เด็กที่โตมาในยุค 90 ต่างต้องรู้จักเป็นอย่างดี หลายคนคงท่องจำสูตรเพิ่มพลังชีวิตตัวละครเกมกันได้ขึ้นจนใจ (ขึ้น ขึ้น ลง ลง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา A B Start) โดยทุกวันนี้เกมดังกล่าวได้กลับมาอีกครั้งในรูปแบบของเกมมือถือ นอกจากนี้ก็มีเกม Rockman ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน และ Final Fantasy เกมสุดอลังการที่มีมายาวนาน และยังคงถูกพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง

 

เมื่อมนุษย์มีความย้อนแย้ง เปลี่ยนใจไปมาได้ทุกเมื่อ ดังนั้น เทคโนโลยีจึงต้องถูกสร้างขึ้นมาให้ตอบสนองความต้องการอันไม่รู้จักจบสิ้นด้วยเหมือนกัน นี่จึงเป็นสิ่งท้าทายของนักพัฒนาที่ต้องพยายามคิดผลงานให้ล้ำสมัย และยังคงรักษาความรู้สึกเก่าๆ ของคนเอาไว้ให้ได้แบบควบคู่กันไป

  • Share :

AW_Banner_Facebook_City_Guides_350X250PX

 

เรื่องท่องเที่ยวสมัยนี้ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็สามารถหาข้อมูลในสถานที่นั้น ๆ แบบมีรายละเอียดได้อย่างง่ายดาย จากเว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดีย จนบางทีเราอาจจะรู้สึกว่าตัวเองได้ไปสถานที่แห่งนั้นมาแล้วจริงๆ บวกกับพฤติกรรมของคนสมัยนี้ที่เที่ยวที่ไหนก็ต้อง Check-in บน  facebook เก็บเป็นที่ระลึก ซึ่งนั่นก็เป็นฐานข้อมูลมากมายในหลายๆ ด้าน ทั้งตำแหน่งที่ตั้ง ข้อความแสดงความรู้สึก รวมไปถึงความคิดเห็นในด้านต่างๆ จากสถานที่นั้น ๆ จึงทำให้ในที่สุดทาง Facebook ก็ได้รวบรวมข้อมูลเหล่านี้มาจัดการให้อยู่ในแอปพลิเคชั่นใหม่นี้

man-coffee-cup-pen_600x315.jpg

 

 

City Guides เป็นแอปพลิเคชันตัวใหม่ที่ทาง Facebook ได้พัฒนาขึ้นมาสำหรับเหล่านักท่องเที่ยว หรือผู้ที่ชอบการเดินทางโดยเฉพาะ ซึ่งแอพตัวนี้สามารถใช้งานได้ทั้งในระบบปฏิบัติการ IOS และ Android โดยการพัฒนาได้รับไอเดียมาจากการ Check-in ตามสถานที่ต่างๆ ของผู้ใช้บริการ Facebook ที่ไม่เพียงแค่บอกว่าอยู่สถานที่นี่ๆ แต่ยังบอกเล่าผ่านรูปภาพและข้อความ จึงถือว่าเป็นฐานข้อมูลชั้นเลิศ

 

https-%2F%2Fblueprint-api-production.s3.amazonaws.com%2Fuploads%2Fcard%2Fimage%2F402814%2F6dd13e2d-9318-4b49-86e6-20cacb0b4a19

 

การใช้งานของ City Guides  แทบจะไม่แตกต่างจากแอพแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวตัวอื่น ๆ แต่สิ่งที่เหนือกว่าก็คือข้อมูลมหาศาลจากผู้ไปสัมผัสสถานที่นั้นๆ มาจริง เพราะเป็นข้อมูลดิบที่ได้จากผู้ใช้บริการ Facebook ทั่วๆ ไป จึงทำให้เราสามารถเชื่อใจได้ในระดับหนึ่งว่าสถานที่แห่งนั้นจะเป็นอย่างไร ในมุมมองที่แตกต่างกันออกไป และมีความอัปเดตพอตัว
https-%2F%2Fblueprint-api-production.s3.amazonaws.com%2Fuploads%2Fcard%2Fimage%2F402816%2F1acefbbc-df18-4ef1-b1c4-a1e94ad98372

 

สิ่งที่เราจะได้เมื่อเปิดใช้งาน City Guides ก็คือการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในที่ๆ เราจะไป มีการบอกพิกัดร้านอาหาร หรือที่เที่ยว รวมถึงรูปภาพ และรีวิว และมีการจัดหมวดหมู่ที่สามารถเข้าไปหาข้อมูลได้ง่าย ซึ่งได้จากการรวบรวมผ่านการ Check-in นั่นเอง

https-%2F%2Fblueprint-api-production.s3.amazonaws.com%2Fuploads%2Fcard%2Fimage%2F402818%2Fe8976558-e34d-440b-95b8-3f6a517107cf

หากคุณกำลังจะเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดที่กำลังจะมาถึง ลองเปิดแอปฯ City Guides ของ Facebook เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางการหาข้อมูลที่แมนยำ ซึ่งจะช่วยเสริมให้ทริปของคุณสนุกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

 

ที่มาภาพประกอบและข้อมูล : macrumors.com / mashable.com / gadgets.ndtv.com

 

  • Share :